Category: KATALYST

Stablecoin กับประโยชน์ส่งเสริม Borderless Payment

Posted on by admin_beacon_2024

คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าคริปโตเคอร์เรนซีทุกสกุลนั้นมีความผันผวนสูงไม่ต่างกัน แต่ความจริงแล้วยังมีสกุลของคริปโตเคอร์เรนซีที่ราคาเสถียรอยู่บนโลก เราเรียกมันว่า Stablecoin ซึ่งขณะนี้เหรียญชนิดดังกล่าวกำลังมีบทบาทในการส่งเสริม Borderless Payment หรือการทำธุรกรรมระหว่างประเทศแบบ Real-Time Remittance อย่างไม่น่าเชื่อ

แต่ก่อนที่เราจะไปถึงตรงนั้น มาทำความรู้จัก Stablecoin กันดีกว่าว่าคืออะไร มีกี่ประเภท ทำไมถึงมีโอกาสได้รับความนิยม ปิดท้ายด้วย Stablecoin สำคัญกับ Borderless Payment อย่างไร

 

Stablecoin คืออะไร

Stablecoin คือ “คริปโตเคอร์เรนซีหรือสกุลเงินดิจิทัลที่มีมูลค่าคงที่ โดยอาศัยกลไกต่าง ๆ เพื่อการตรึงมูลค่า เช่น สกุลเงินของโลก (Fiat) สินทรัพย์ต่าง ๆ หรือการใช้อัลกอริทึมของเหรียญ เป็นต้น” มีประโยชน์ตรงที่ทำให้ผู้คนมีสิทธิ์และอิสระเสรีในการเลือกใช้เงินมากขึ้น โดยเฉพาะในประเทศที่ต้องประสบกับปัญหาเงินเสื่อมมูลค่าลง หรือเงินเฟ้อ ดังนั้น หากทุกคนสามารถเข้าถึง Stablecoin ได้ก็ไม่จำเป็นต้องใช้เงินสกุลใดสกุลหนึ่งอีกต่อไป

 

Stablecoin มีกี่ประเภท

Stablecoin แบ่งเป็น 4 ประเภท ได้แก่

 

1. Fiat – collateralized: รองรับด้วยเงินเฟียต

Stablecoin ประเภทนี้รองรับด้วยเงินสกุลต่าง ๆ บนโลก (Fiat) อย่างเช่น เงินดอลลาร์ เงินยูโร หรือเงินบาท เป็นต้น ทำให้ราคามีความใกล้เคียงหรือเท่ากับสกุลเงินในโลกแห่งความเป็นจริง โดยเราสามารถแลกเปลี่ยน Stablecoin ชนิดนี้ได้ที่แอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ที่เป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยน

ตัวอย่าง

  • Tether (USDT) เป็น Stablecoin ที่อ้างอิงมูลค่ากับดอลลาร์สหรัฐ โดยปัจจุบัน 1 เหรียญ USDT มีค่าเท่ากับ 1 ดอลลาร์ และเป็น Stablecoin ที่มีมูลค่าเป็นอันดับ 1 ของตลาดคริปโตเคอร์เรนซี

2. Commodity – collateralized: รองรับด้วยสินค้าโภคภัณฑ์

Stablecoin ประเภทนี้มักรองรับด้วยสินทรัพย์ต่าง ๆ บนโลก อย่างเช่น ทองคำ น้ำมัน ที่ดิน หุ้น ตราสาร หรือกองทุน นอกจากนี้ ยังมีบาง Stablecoin ที่รองรับด้วยสินค้าอื่น ๆ เช่น โลหะ เป็นต้น

ตัวอย่าง

  • Digix Gold (DGX) เป็น Stablecoin ที่อ้างอิงมูลค่ากับทองคำ โดย 1 เหรียญมีค่าเท่ากับทองคำ 1 กรัม สามารถนำไปแลกเป็นทองคำจริงได้ที่สิงคโปร์
  • Tiberius Coin (TCX) เป็น Stablecoin ที่รองรับด้วยโลหะชนิดต่าง ๆ ที่ใช้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

 

3. Crypto – collateralized: รองรับด้วยคริปโตเคอร์เรนซี

Stablecoin ประเภทนี้รองรับด้วยคริปโตเคอร์เรนซี ข้อดีคือมันสามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้กับตัวมันเองได้ เพราะระบบจะมีความเป็น Decentralized ที่ไม่อ้างอิงกับตัวกลางใด ๆ แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องใส่คริปโตฯ มากกว่า Stablecoin ที่สร้างออกมาถึงจะสามารถทำได้ เนื่องจากคริปโตฯ มีความผันผวนสูงมาก หากมูลค่าคริปโตฯ ลดลง ย่อมมีโอกาสที่จะถูกตัดเงินทันที

ตัวอย่าง

  • Dai เป็น Stablecoin บนบล็อกเชน Ethereum สามารถนำโทเค็น ERC-20 ที่ MakerDAO ยอมรับไปค้ำประกันมูลค่าเพื่อถอน DAI ออกมาได้

4. Non – collateralized: ไม่รองรับด้วยอะไรเลย

การสร้าง Stablecoin ประเภทนี้จะไม่รองรับด้วยอะไรเลย ดังนั้น การถูกควบคุมมูลค่าจึงเป็นการปรับลดดอกเบี้ยหรือปรับลดอุปทานเช่นเดียวกันกับการควบคุมมูลค่าของเงินตราทั่วไปในปัจจุบัน เช่น จากเดิมที่เหรียญนั้นมีมูลค่าในตลาด 2 ดอลลาร์ ระบบจะสร้างเหรียญเพิ่มขึ้นมาใหม่เพื่อลดมูลค่าของเหรียญให้เหลือ 1 ดอลลาร์นั่นเอง

ตัวอย่าง

  • Basis เป็น Stablecoin ที่ปรับลดอุปทานของเหรียญเพื่อให้เหรียญมีมูลค่าคงที่

 

ทำไม Stablecoin มีโอกาสได้รับความนิยมอยู่เสมอ

  • วิกฤตเศรษฐกิจโลกและความเสี่ยงของประเทศคู่สัญญาเพิ่มขึ้น
  • ค่าเงินอื่น ๆ เริ่มผันผวนเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ที่ค่อนข้างมั่นคงกว่า
  • มีการการใช้ Stablecoin ในการชำระเงินมากขึ้น

 

Stablecoin สำคัญกับ Borderless Payment อย่างไร

อย่างที่กล่าวไปตอนต้นว่าประโยชน์ของ Stablecoin ทำให้ผู้คนมีสิทธิ์และอิสระเสรีในการเลือกใช้เงินมากขึ้น ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้สกุลเงินใดสกุลเงินหนึ่งอีกต่อไป และสำคัญกับ Borderless Payment หรือการชำระเงินระหว่างประเทศแน่นอน

โดยปกติการชำระเงินต่างประเทศต้องมีตัวกลางอย่างธนาคารโอนไปที่ปลายทาง ซึ่งต้องมีการตกลงกันเรื่องสกุลเงิน จึงทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจเสียเปรียบได้ อีกทั้งค่าธรรมเนียมก็ค่อนข้างสูงและใช้ระยะเวลาในการดำเนินการภายใน 3 วัน

แต่ถ้าเป็นการใช้ Stablecoin เราจะสามารถชำระเงินได้ภายในไม่กี่วินาทีได้ตลอด 24/7 ไม่ต้องกังวลเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเหมาะกับประเทศที่มีการชำระเงินที่จำกัดมาก ๆ อีกทั้งค่าธรรมเนียมยังถูกแทบจะเหมือนโอนฟรี จุดเด่นตรงนี้เองที่ทำให้ Stablecoin เข้ามามีบทบาทกับ Borderless Payment ซึ่งในขณะนี้ก็มีการพัฒนาเพื่อรองรับการทำธุรกรรมของ Stablecoin ในระดับ B2B แล้วด้วย

Summary

 

แม้ Stablecoin จะมีโอกาสได้รับความนิยม แต่คงต้องมาลุ้นกันว่าจะสามารถเอาชนะการชำระเงินรูปแบบเดิมได้หรือไม่ เพราะตอนนี้ยังมีข้อจำกัดในเรื่องกฎหมายและการใช้งาน ถ้าหากมีการสร้าง Stablecoin เพิ่มขึ้น กฎเกณฑ์ก็ต้องมากขึ้น และการที่จะถูกยอมรับโดยไม่มีรัฐมาเกี่ยวข้องก็เป็นเรื่องที่ไม่ง่าย อีกอย่างถ้าในอนาคตตลาดคริปโตเคอร์เรนซีนั้นไม่เวิร์ก การไปสู่ Mass Adoption ของStablecoin ที่ต้องรองรับด้วยคริปโตฯ ก็เป็นไปได้ยาก

อ้างอิง:

KATALYST Talk EP.2: (เกือบจะ) Fail แล้วไง

Posted on by admin_beacon_2024

เมื่อคืนวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาทาง KATALYST ได้จัดงาน KATALYST Talk EP.2 โดยเชิญคุณภัทรพร โพธิ์สุวรรณ์ (แมกซ์) นายกสมาคม Thai Tech Startup Association (TTSA) และ CEO Eventpop พร้อมกับแขกรับเชิญพิเศษคุณธนพันธ์ วงศ์ชินศรี (ต้น) ผู้ก่อตั้งร้าน Penguin Eat Shabu มาพูดคุยกันในหัวข้อ “(เกือบจะ) fail แล้วไง”

 

ผลกระทบของธุรกิจจากวิกฤต Covid-19

คุณแมกซ์ได้แชร์ผลกระทบของ Eventpop ที่ได้รับจากวิกฤต COVID-19 โดยเดิมทีธุรกิจของ Eventpop คือ การจัดอีเวนต์ออฟไลน์ โดยมีระบบขายและเว็บไซต์คอยช่วยให้ผู้จัดอีเวนต์ให้ทำงานสะดวกขึ้น แต่เมื่อเกิดวิกฤต COVID-19 ส่งผลให้ในช่วงดังกล่าว งานอีเวนต์นั้นถูกยกเลิกหมด ส่งผลให้ทาง Eventpop ขาดรายได้หลักกว่า 95%

ซึ่งคุณต้น Penguin Eat Shabu ก็ประสบปัญหาด้านธุรกิจไม่ต่างกัน เพราะรายได้หลักที่มี คือการขายอาหาร และด้วยประเภทของอาหารอย่างชาบูที่ส่วนใหญ่จะเน้นทานที่ร้าน แต่เมื่อขายอาหารที่ร้านไม่ได้ ทำให้คุณต้นก็ต้องหาวิธีการปรับตัวเช่นเดียวกัน และถึงแม้ว่าจะลองมาขายแบบ Food Delivery แต่ก็ยังประสบปัญหาด้านการจัดการระบบการขาย ซึ่งเกิดเป็นกระแสที่ไม่ค่อยดีนักในโลกออนไลน์

 

มองมุมต่าง หาโอกาส และการปรับตัว คือการแก้ไขปัญหาทางธุรกิจ

จากกระแสเรื่องระบบการขายของ Penguin Eat Shabu ทำให้คุณแมกซ์มองเห็นโอกาสในการสร้างรายได้ ผ่านการยื่นมือเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาระบบการขายให้กับ Penguin Eat Shabu ด้วยการนำระบบการขายที่ตัวเองมีผนวกกับสินค้าของคุณต้น จะสามารถนำพาธุรกิจของทั้งสองคนรอดพ้นวิกฤตในครั้งนี้ได้

 

Eventpop กับโอกาสที่มาจากการปรับตัว

การปรับตัวของ Eventpop ไม่ใช่แค่เพียงการแก้ไขปัญหา แต่เป็นการสร้างโอกาสไปในตัว หลังจากการปรับปรุงระบบหลังบ้านให้รองรับธุรกิจ Food Delivery ส่งผลให้คุณแมกซ์เห็นโอกาสสร้างรายได้ผ่านการร่วมมือกับอุตสาหกรรมอื่นๆมากยิ่งขึ้น โดยนำจุดแข็งด้าน Data มาปรับใช้ให้เหมาะกับแต่ละอุตสาหกรรม

ยกตัวอย่างเช่น การร่วมมือกับทาง Singha Corporation ในการทำระบบหลังบ้านเกี่ยวกับการจัดส่งน้ำดื่ม หรือ การทำงานร่วมกับ GMM Grammy เพื่อจัดทำ Data ด้านความปลอดภัยให้กับคอนเสิร์ตอย่าง เชียงใหม่เฟส และบิ๊กเมาท์เทนมิวสิกเฟสติวัล นอกจากนี้ Eventpop ยังร่วมมือกับ SME ในการทำ Digital Transform ให้กับบริษัท ไปจนถึงการทำระบบ Payment ให้กับบริษัทด้าน E-Commerce เป็นต้น

โดยข้อดีในการปรับตัวครั้งนี้ นอกเหนือจากเป็นการสร้างรายได้กลับเข้ามาสู่องค์กรแล้ว ยังถือเป็นการสร้างการรับรู้ (Awareness) ให้กับอุตสาหกรรมอื่นๆ ด้วย ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีในการขยายฐานลูกค้าของ Eventpop ให้กว้างมากยิ่งขึ้น โดยไม่จำกัดเฉพาะแค่งานอีเวนต์เท่านั้น

 

สรุปข้อคิดที่ได้จาก KATALYST Talk EP.2

 

1. การตลาดที่ดี คือ การตลาดที่ไม่มีข้อแม้

ข้อคิดนี้มาจากวิธีการทำการตลาดของ Penguin Eat Shabu ที่ทำการตลาดให้กับแบรนด์ด้วยความเข้าใจ Insight ของลูกค้าผ่านการรับฟังปัญหาและพฤติกรรมอย่างแท้จริง จนเกิดเป็นแคมเปญแถมหม้อ, แถม Tinder หรือแม้แต่การทำแคมเปญชาบูหน้าเด้งร่วมกับคลินิก เป็นต้น

สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการทำการตลาดในภาวะวิกฤต ซึ่งคุณต้นเลือกจะทำการตลาดที่แบรนด์ใหญ่ลงมาเล่นด้วยไม่ได้ ด้วยกลยุทธ์ทางการตลาดของ Penguin Eat Shabu ที่พลิกแพลงได้ตลอด ไม่จำกัดรูปแบบ ทำให้แคมเปญที่ปล่อยออกมานั้นประสบความสำเร็จ

 

2. ยึดกลุ่มเป้าหมายเป็นหลัก และถ่ายทอด Value ของธุรกิจผ่านมุมต่าง ๆ

เช่นเดียวกับข้อที่ 1 ในภาวะวิกฤตแบบนี้คุณต้นเลือกให้ความสำคัญกับ Experience ลูกค้ามากกว่า โดยเปลี่ยน Mindset จากร้านอาหารให้เป็นโรงงานผลิตอาหารที่มี Marketplace เป็นของตัวเอง จากนั้นจึงสร้างแคมเปญในการยึดจากกลุ่มเป้าหมายหลัก (Core Audience) แต่เพิ่มข้อเสนอที่ปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ของลูกค้า (Offer Solution) เพื่อสร้างประสบการณ์การทานชาบูแบบใหม่ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตของลูกค้า

 

3. การเปิดรับอุตสาหกรรมใหม่ๆ ช่วยสร้างโอกาสในภาวะวิกฤต

 

สุดท้ายนี้เป็นข้อคิดที่ทางเราตกผลึกจากคุณแมกซ์ Eventpop โดยคุณแมกซ์เลือกที่จะไม่ยึดติดกับอุตสาหกรรมเดิมๆ แต่พยายามนำจุดแข็งของธุรกิจไปปรับใช้ในการแก้ไขปัญหาให้กับธุรกิจอื่น ซึ่งการตัดสินใจดังกล่าวช่วยสร้างโอกาสให้ Eventpop ได้พบฐานลูกค้าใหม่ๆ นำพาให้ธุรกิจรอดพ้นได้ในสภาวะวิกฤตนี้